google-site-verification: googlec7bb3022aab20cff.html

การเดินสายสัญญาณสำหรับกล้องวงจรปิด

การเดินสายสัญญาณสำหรับกล้องวงจรปิด

การติดตั้งกล้องวงจรปิดนั้นเราจะต้องเดินสายสัญญาณภาพจากเครื่องบันทึกไปยังกล้อง และสายไฟจากปลั๊กไฟไปยังกล้อง โดยผ่านตัวแปลงไฟ เพื่อให้กล้องนั้นทำงานได้ ทั้งสายสัญญาณภาพ และสายไฟ ก็มีวิธีการเดินได้หลายแบบแล้วแต่ช่างที่ติดตั้ง และงบประมาณในการติดตั้ง มีข้อดีและเสียต่างกันอย่างไร

1.สายสัญญาณภาพ

1.1 สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) ในสมัยก่อนการเดินสายสัญญาณกล้องวงจรปิดนั้น จะใช้สายสัญญาณประเภทสายโคแอกเชียลส่วนใหญ่จะเรียกสั้น ๆ ว่าสายโคแอ็กซ์ (Coax) จะมี โครงสร้างของสายโคแอ็กซ์ประกอบด้วยสายทองแดงเป็นแกนกลาง แล้วห่อหุ้มด้วยวัสดุที่เป็นฉนวน ชั้นต่อมาจะเป็นตัวนำไฟฟ้าอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะเป็นแผ่นโลหะบาง ๆ หรืออาจจะเป็นใยโลหะที่ถักเปียหุ้มอีกชั้นหนึ่ง สุดท้ายก็หุ้มด้วยฉนวนและวัสดุป้องกันสายสัญญาณสายโคแอ็กซ์ (Coax) นั้นจะต้องเดินสายตัวต่อตัวคือถ้าติดตั้งกล้อง 16 ตัวก็จะมีสายสัญญาณ 16 เส้น

และสายก็มีขนาดประมาณนิ้วก้อยลองคิดดูสิครับว่าการเดินสายช่วงที่จะเข้าเครื่องบันทึก จะใหญ่แค่ไหน ถ้าติดตั้งในบ้านก็จะทำให้ไม่สวยงาม และสายถ้าเดินสายเป็นระยะทางไกลๆ ก็จะต้องใช้สายที่มี ชิลด์ (ทองแดงฝอยรอบนอก) มากๆ ถ้าใช้สายที่มีชิลด์น้อยก็จะทำให้เกิดปัญหาภาพไม่ค่อยชัด

1.2 สาย แลน(UTP Cable)จะมีสายทองแดงอยู่ภายในภาย 8 เส้น( 4 คู่) เวลาใช้สายแลนเดินกล้องจะต้องใช้อุปกรณ์เสริม ที่เรียกว่าบาลัน ต่อที่หัว – ท้าย ของสายเพื่อให้สามารถต่อกับกล้องและเครื่องบันทึก และลดสัญญาณรบกวน อีกทั้ง บาลันก็จะมีสเปค ของระยะสายที่เราใช้ได้

(จากประสบการณ์ในการติดตั้ง สามารถเดินสายได้ไกลถึง 1000 เมตรโดยที่ไม่ทำให้คุณภาพตกลงเลย และสายสายแลน 1 เส้น ยังสามารถต่อกล้องได้ถึง 4 ตัว ทำให้ถ้าเดินกล้อง 16 ตัวก็จะมีสายเดินเข้าหลังเครื่องบันทึก เพียง 4 เส้น ท่อที่ใช้ติดตั้งก็มีขนาดเล็กและใช้สายน้อยกว่า

สายโคแอกเชียล ทำให้สวยงามและประหยัดกว่าด้วย

2. สายไฟ คือไฟทีใช้เลี้ยงกล้องวงจรปิดโดยกล้องส่วนใหญ่ ใช้ไฟ 12VDC ซึ่งต้องใช้ตัวแปลงไปที่เรียกว่า อะแดปเตอร์

2.1 เดินไฟ 12VDC การเดินสายไฟแบบนี้ ช่างส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญและทำให้เกิดปัญหากับลูกค้าหลายราย คือการเดินไฟ 12 VDC จากเครื่องบันทึกไปที่กล้อง ด้วยระยะทางไกลๆ ไฟเลี้ยงที่ไปถึงกล้องจะเหลือไฟเท่าไรเคยวัดด้วยมิเตอร์กันมั้ย(วัดขณะต่อกล้องแล้ว) เพราะการเดินไฟ 12 VDC ไฟที่ไปถึงกล้อง ก็จะเหลือไม่ถึง 12 VDC จะมากน้อยเท่าไรขึ้นอยู่กับความไกล และคุณภาพของสาย แต่ยังไงก็ไม่ถึง 12 VDC แล้วกล้องก็จะทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพและช่วงเวลากลางคืน อินฟาเรดทำงานยิ่งกินไฟมากขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้กล้องทำงานหนักขึ้น ภาพไม่ชัด ภาพลาย และเสียในที่สุด

2.2 เดินไฟ 220VAC (ไฟบ้าน) การเดินแบบนนี้ต้องใช้สายที่สามารถทนกำลังไฟฟ้าได้สูง ทำให้มีค่าใช้จ่าย ช่างส่วนมากไม่ค่อยทำกัน ถึงจะทำก็ไม่เดินจากที่เดียวกันไปให้กล้องแต่ละตัว จะใช้วิธีไปหาปลั๊กที่ใกล้ๆกล้อง เพื่อจ่ายไฟให้ จะมีข้อเสีย คือถ้าใช้ปลั๊กเสียบคนละที่กันถ้ามีใครถอดปลั๊กกล้องก็จะดับ และถ้าไปเอาไฟสายเดียวกันกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นที่กินไฟมากๆ ไฟก็จะตกบ่อยกล้องก็จะเสียง่ายยากต่อการควบคุม

ทางที่ดีการเดินสายไฟที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาหรือทำให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด คือเดินไฟ 220VAC จากเครื่องบันทึกไปหากล้องแต่ละตัว ถ้าให้ดีขึ้นไปอีก ก็ควรจัดหา เครื่องสำรองไฟ เพื่อจ่ายไฟให้กับเครื่องบันทึกกล้อง และโมเด็ม เพื่อกันไฟกระชากและสำรองไฟให้กับระบบกล้องวงจรปิดเวลาไฟฟ้าดับระบบกล้องวงจรปิดก็ยังทำงานได้อยู่

 


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 233,077