กล้องวงจรปิด CCTV คืออะไร?

 

กล้องวงจรปิด ผลิตโดย Siemensที่ Peenemunde ในประเทศ German ในปีค.ศ.1942 (พ.ศ.2485) ซึ่งนำมาใช้ในบทบาทของการทหารเป็นส่วนใหญ่จากนั้นในเดือน กันยายน ปีค.ศ.1968 (พ.ศ.2511) เมือง นิวออร์ลีนส์ ในนิวยอร์ก คือเมืองแรกใน ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีการนำกล้องวงจรปิดมาติดตามท้องถนนเพื่อป้องกันอาชญากรรม ต่อมาเมื่อมีผู้คนเริ่มรู้จักก็มีการนำไปใช้งานในสถานที่ต่างๆมากขึ้น เช่น โรงพยาบาล,ห้างสรรพสินค้า, ธนาคาร,,โรงแรม,สถานที่ราชการ,เป็นต้น

 

อุปกรณ์ส่วนประกอบที่ใช้ในกล้องวงจรปิด ประกอบด้วย
1. กล้องวงจรปิดแบบต่างๆ
2.เลนส์ (lens)
3.เครื่องบันทึกภาพ (DVR)
4.จอมอนิเตอร์หรือจอโทรทัศน์(ที่รองรับรุ่นนั้นๆ)
5.โปรแกรมใช้ควบคุมผ่านมือถือ(Software)
6..อุปกรณ์อื่นๆเช่น ขายึด,Remote,Mouse สาย RG,Adapter
7.อุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น โคมไฟ

ส่วนประกอบในกล้องประกอบด้วย
1.ตัวกล้อง
2.ตัวรับภาพหรือ CCD
3.เลนส์
4.Adapterสำหรับจ่ายไฟ

 

ในสถานการณ์ปัจจุบัน กล้องวงจรปิดมีบทบาทสำคัญมากต่อ ที่พักอาศัย ตลอดจนสถานที่สำคัญต่างๆ ขณะที่เราหลับหรือออกไปทำภารกิจ ระบบจะทำการบันทึกจับความเคลื่อนไหวตามบริเวณที่เราต้งกล้องวงจรปิดไว้โดยส่งภาพและนำข้อมูลทั้งหมดไปลงไว้ที่ DVR(Digital Video Recorder) ได้บันทึกเพื่อดูว่าสถานการณ์แต่ล่ะวัน เป็นยังไงบ้าง ทั้งนี้การที่จะได้คุณภาพของกล้องที่ถ่ายทอดมานั้น ต้องคำนึงถึงคุณลักษณะต่างๆของกล้องด้วย กล่าวคือจำเป็นจะต้องเลือกเครื่องบันทึก ให้เหมาะสมกับตัวกล้อง ซึ่งชนิดของตัวกล้องมีดังต่อไปนี้

 

กล้องวงจรปิดมีทั้งหมด สองระบบ คือระบบอนาล็อก และ ระบบไอพี
1.กล้องระบบอนาล็อก ระบบ Analog คือ ระบบที่ใช้สายสัญญาณทั่วไปคือสาย RG6, RG11

     

ข้อดี

- ระบบอนาล๊อกถูกกว่าระบบไอพี
- มีให้เลือกหลากหลายประเภทการใช้งาน ทั้งระบบเล็ก และ ระบบใหญ่ กล้องบางรุ่นมีระบบอินฟราเรด จึงสามารถเข้ากับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย
- การใช้งานร่วมกับกล้องต่างยี่ห้อ ในระบบอนาล๊อก มีระบบ PAL และมี NTSCทำให้สามารถเลือกต่างยี่ห้อมาใส่รวมกันได้

ข้อเสีย
-ฟังก์ชั่นมีระบบน้อยกว่าตัวกล้องไอพี เป็นบางรุ่นที่มีราคาสูงกว่า
-ระบบความปลอดภัยค่อนข้างต่ำ บุคลลภายนอกอาจแอบเข้ามาดูกล้องของท่านได้
- ไม่รองรับการส่งสัญญาณภาพไกลๆได้
- เนื่องจากเป็นสาย RG6 ทำให้การรับสัญญาณภาพที่มีความละเอียดสูง จึงทำได้ไม่ดีนัก

นอกจากนี้กล้องอนาล็อกยังแบ่งเป็นประเภทย่อยๆได้ดังนี้ 

     

1.1.Box Camera (บ็อกซ์ คาเมร่า) ลักษณะของกล้องจะมีลักษณะเป็นทรงกระบอก การใช้งานต้องนำเลนศ์มาประกอบใส่่ด้วยกัน มีความสามารถต่างๆเช่นซูมขยายเข้า-ออก ปรับโฟกัส (Focus) ในเวลากลางวันภาพจะออกมาเป็นสีสมจริง ในเวาลกลางคือจะอกเป็นสี ขาว-ดำ และถ้าเป็นพื้นที่ ที่มีความสว่างน้อยจะไม่สามารถเห็นภาพได้ เนื่องจากไม่มี หลอดอินฟราเรด กล้องชนิดนี้มีความสามารถในการมองถึง 90-100 เมตร (ขึ้นอยู่กับขนาดของเลนส์) เหมาะสำหรับติดตั้งภายในมากกว่า ไม่นิยมติดภายนอก



1.2. Dome Camera (โดม คาเมร่า) เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับติดตั้งภายในมากกว่่า บ้าน ห้องโถง หรือออฟฟิศต่างๆ กล้องโดมยังมีแบ่งเป็นแบบกล้องโดมธรรมดา และกล้องโดมแบบอินฟราเรด ดยกล้องโดมธรรมดาจะมีโหมด D/Nสำหรับสลับดูภาพในตอนกลางวันเป็นภาพสีและตอนกลางคืนเป็นภาพขาวดำจะสามารถมองในที่มิดสนิทได้ จะต้องมีตัวอินฟราเรดเท่านั้น กล้องตัวนี้จะมีความทนทานมาก เพราะถูกออกแบบเพื่อป้องกันการทำลาย ไม่สามารถ กันแดด ฝนได้ระยะกล้องโดมมองผ่าน ประมาณ15-20เมตร

1.3 PTZ Camera (พีทีแซด คาเมร่า กล้องชนิดนี้จะมีความสามารถมากกว่ากล้องตัวอื่น โดยมีลักษณะเหมือนกล้องโดมขนาดใหญ่ โดยจะมีฟังก์ชั่น (PAN)ทำให้เลนส์ภายใน หมุนรอบตัวได้ ทั้งขึ้นลงซ้ายขาวตามความต้องการของท่าน เลนส์บางรุ่นสมีความสามารถZoomมากถึง 36 เท่า ติดตั้งได้ทั้งในและนอก

ในอนาคตจะเข้าแทนที่ระบบเดิม คือระบบอนาล็อก ซึ่ง IP มีความสามารถสูงในการ ส่งสัญญาณภาพออกมาได้คมชัด โดยทำงานผ่านระบบ สัญญาณ WI-FI และ LAN ใช้ตัว NVR (Network Video Recorder) สามารถติดตั้งได้มาก เหมาะกับสถานที่ใหญ่ๆ เช่น โรงแรม ภัคตราคาร

2. กล้องระบบไอพี IP (Network)

ข้อดี
-จำนวนกล้องที่ติดนั้น ขึ้นอยู่กับ DVR ที่ใช้บันทึก ซึ่งแบ่งออกเป็น 4/8/6/32 ซึ่งค่าใช้จ่ายก็จะต้องสูงขึ้นมาด้วยเหมือนกัน
- IP camera จะมีความคมชัดขั้นต่ำที่ 1.3ล้าน พิกเซล แตกต่างจากกล้องอนาล็อคที่มีความละเอียดแค่ 5แสน พิกเซลเท่านั้น
- การตั้งค่ากล้อง IP จะมีขั้นตอนมากกว่า กล้อง อนาล็อก อาจเสียเวลามาก หากไม่มีผู้เชี่ยญชาญในการตั้งค่า
-หากเกิดปัญหาเรื่องกระแสไฟฟ้าดับ หรือระบบล่ิม กล้องIP จะไม่สามารถเซ้ทได้ง่าย เพราะระบบค่อนข้างมีความซับซ้อน

 

HDC-HF3200

2Megapixel 1080P HD-SDI Camera

 

Full HD HD-SDI Mini IR Dome Camera

3. ระบบ HD-SDI

กล้องวงจรปิด CCTV แบบ SDI ย่อมาจาก Serial Digital Interface เป็นระบบ Digital ที่ใช้สาย สัญญาณแบบ Coax หรือ แบบเดิมที่เป็น RG6 เป็นตัวนำสัญญาณ ระบบนี้สามารถส่งสัญญาณภาพโดย ไม่จำเป็นต้องบีบอัดสัญญาณ เพราะระบบรองรับการส่งสัญญาณที่มีความละเอียดมากกว่าความละเอียด แบบธรรมดาถึง 5 เท่า ทำให้สัญญาณภาพมีความคมชัดในระดับ HD

 

ข้อดี

-สามารถใช้สายสัญญาณเดิมของระบบ Analogได้ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการ Upgrade

-ภาพมีความคมชัดสูง

-ผู้ติดตั้ง ไม่จำเป็นต้องมีความชำนาญด้านระบบเน็ตเวิร์ค

 ข้อเสีย

-ราคาของกล้องและเครื่องบันทึก ยังมีราคาสูงอยู่ แต่ก็มีแนวโน้มลดลง
-ตัวกล้องยังมีให้เลือกน้อย ผู้ผลิตกล้องวงจรปิด ยังไม่ได้ทำการผลิตระบบนี้ในจำนวนมาก

 การเลือกซื้อกล้องนั้นปัจจัยเรื่องสถานที่ตั้ง ความชัดเจนของกล้องในแต่ล่ะรุ่น ความสว่างความมืดของแสงที่ผ่านบริเวณนั้น การคำนึงถึงข้อประโยชน์ในการเลือกซื้อกล้องทำให้เมื่อถึงเวลา ฉุกเฉิน จะสามารถช่วยคุณไว้ได้ 

สรุป ฉะนั้น หากต้องการติดตั้งควร อ่านและศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ

 

Sensor รับภาพ

 

แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ CCD และ CMOS เป็นอุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์ ทำหน้าที่แปลงแสงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า พิกเซล (Picture Element) โดยแบ่งแยกการทำงานได้ดังนี้
1. การทำงานของ CMOS แต่ละพิกเซลภายใน Sensorจะทำหน้าเปลี่ยนค่าแสงที่รับเข้ามาเป็นสัญญาณดิจิตอล โดยไม่ต้องส่งสัญญาณออกไปซึ่งจะใช้กับกล้องวงจรปิดที่มีราคาถูก คุณภาพต่ำ

2. การทำงานของ CCD แต่ละพิกเซลภายใน Sensor จะทำหน้าที่รับแสงและเปลี่ยนค่าแสงเป็นสัญญาณอนาล็อก จากนั้นจึงส่งสัญญาณอนาล็อกเข้าสู่วงจรเปลี่ยนสัญญาณเป็นดิจิตอลกล้องวงจรปิดในปัจจุบันนี้ได้เลือกใช้ CCD Sensor
ทั้งหมดแล้ว เนื่องจากราคาของ CCD Sensor ได้ลดลงมากแล้ว

 

เลนส์กล้องวงจรปิด
เลนส์มีหน่วยเรียกว่า mm. หรือ มม. โดยมีหลากหลายขนาดให้เลือกต่างกัน ภาพที่ได้มาก็ต่างกันด้วย โดยเลนส์ที่มีเลขมากมุมมองที่ได้มาเป็นมุมแคบ เลนส์น้อยมุมมองจะได้เป็นมุมกว้าง เหมาะสำหรับดูภาพทั่วทั้งบริเวณนั้นๆ

 

ข้อต่อเลนส์
มีลักษณะเป็นวงแหวน ชุบด้วยโลหะ มาใช้คั่นระหว่างเลนส์กับกล้อง

ข้อต่อที่ใช้ในกล้องวงจรปิดมี 2 แบบ คือ C-Mount และ Cs-Mount ข้อต่อแบบ C-Mount จะมีความยาว 17.5 ม.ม. โดยวงแหวนจะหนากว่าข้อต่อแบบ CS-Mount ที่มีความยาวช่วงท้ายเลนส์ถึงด้านหน้าตัวรับภาพ12.5 ม.ม. ดังนั้นการใช้เลนส์จึงควรเลือกใช้ให้ถูกเพื่อป้องกันการเสียหายที่เกิดขึ้นกับเลนส์และตัวกล้อง นอกจากนี้เลนส์แบบ C-Mount สามารถที่จะใช้กับกล้องที่มีข้อต่อแบบ CS-Mount ได้ โดยกล้องจะต้องใส่แหวนต่อซึ่งแหวนจะต้องมีความหนา 5ม.ม.เพื่อนำมาคั่นระหว่างกล้องกับเลนส์ แต่ถ้าเรานำไปต่อโดยตรงโดยไม่ใช้แหวนคั่นจะทำให้ตัวรับภาพเกิดความเสียหายเนื่องจากความยาวช่วงท้ายของเลนส์ C-Mount นั้นยาวกว่า CS-Mount


หม้อแปลงไฟฟ้า
 เป็นอุปกรณ์สำหรับแปลงไฟฟ้ากระแสสลับ(AC)ที่ใช้ภายในบ้าน ให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง(DC)โดยAdapterจะทำให้ไฟที่ส่งมามีความต่างศักย์ต่ำลงทำให้กล้องวงจรปิดสามารถใช้งานได้สิ่งที่ต้องนึงเวลานำAdapterมาใช้กับกล้องวงจรปิด

Adapter

1.ตรวจสอบดูว่าที่กล้องวงจรปิดนั้นใช้กำลังไฟแบบไหน สามารถหาดูได้จากข้างกล่องหรือสติ๊กเกอร์ที่แปะบนตัวกล้อง บางรุ่นอาจใช้ DC12V1A 
บางรุ่นอาจใช้ DC12V1.5A บางครั้งการใช้ Adapter ที่จ่ายไฟเยอะเกินไปอาจทำให้ Adapter ร้อนจนละลาย หรือหากใช้ Adapter ที่จ่ายไฟน้อยเกินอาจทำให้กล้องไม่ทำงาน
2.วัสดุที่ใช้ในการผลิต Adapter ส่วนใหญ่จะเป็นพลาสติก เมื่อเวลาใช้งานนานๆจะเกิดความร้อนเราจึงควรเลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่มีความน่าเชื่อถือและมีการรับประกัน
3.ตรวจสอบดูมาตรฐานของอุปกรณ์ก่อนซื้่อว่ามี มอก.หรือการตรวจสอบ QC หรือไม่

 

 


 

#1 โดย: ทวี [IP: 1.46.134.xxx]
เมื่อ: 2017-02-08 12:56:24
การวางแผน"การเชื่อมโยงระบบ" ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดในชุมชนหมายถึงอย่างไรครับ ผู้รู้ช่วยให้ความกระจ่างหน่อยครับ..ขอบคุณครับ!

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 224,051